ราคาบ้านพักคนชรา 2569 — เอกชน vs รัฐ จ่ายเท่าไร และเลือกอย่างไรไม่ให้งบบาน
ถ้าคุณกำลังหาตัวเลขเดียวว่า บ้านพักคนชรา ราคาเท่าไร คำตอบสั้น ๆ ปี 2569 คือ ของรัฐประเภทสามัญไม่มีค่าใช้จ่ายแต่มีเกณฑ์รับและมีคนรอเข้าพักจำนวนมาก ของรัฐประเภทพิเศษ (หอพัก) ประมาณ 1,500–2,000 บาทต่อเดือน ส่วนของเอกชนที่ประกาศราคาบนเว็บส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 16,000–40,000 บาทต่อเดือน ขึ้นกับระดับการดูแลที่ผู้สูงอายุต้องการ บทความนี้อธิบายว่าตัวเลขเหล่านี้มาจากอะไร อะไรทำให้ราคาต่างกันหลายเท่า ค่าใช้จ่ายไหนที่มักไม่อยู่ในราคาหน้าเว็บ และควรถามอะไรก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เลือกบ้านพักคนชราได้ถูกตั้งแต่ครั้งแรก ไม่ต้องย้ายที่ทีหลัง

ราคาบ้านพักคนชรา 2569 — สรุปในตารางเดียว
| ประเภท | ค่าใช้จ่าย (ต่อเดือน) | เหมาะกับใคร | ข้อจำกัดที่ต้องรู้ |
|---|---|---|---|
| รัฐ — ประเภทสามัญ | ไม่มีค่าใช้จ่าย | ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฐานะยากจน ไม่มีผู้ดูแล และยังช่วยเหลือตัวเองได้ | ต้องผ่านเกณฑ์สงเคราะห์ และมีผู้รอเข้าพักจำนวนมาก |
| รัฐ — ประเภทพิเศษ (หอพัก) | ห้องเดี่ยว 1,500 / ห้องคู่ 2,000 บาท (ไม่รวมค่าน้ำ-ไฟ) | ผู้สูงอายุที่ดูแลตัวเองได้ และมีเงินจ่ายค่าบำรุงเอง | จำนวนห้องจำกัด รอนาน ไม่รับผู้ป่วยติดเตียง |
| รัฐ — บังกะโล | ค่าบำรุงแรกเข้าครั้งเดียว 300,000 บาท | ผู้สูงอายุที่ต้องการอยู่ยาวและช่วยเหลือตัวเองได้ | เต็มและมีผู้รอเป็นจำนวนมาก |
| เอกชน (เนอร์สซิ่งโฮม) | ประมาณ 16,000–40,000 บาทขึ้นไป ตามระดับการดูแล | ตั้งแต่ช่วยเหลือตัวเองได้ จนถึงผู้ป่วยติดเตียง ให้อาหารทางสายยาง ใช้ออกซิเจน | ราคาหน้าเว็บมักเป็นค่าห้องพื้นฐาน ต้องถามว่ารวมอะไร |
| โกลเด้นไลฟ์โฮม | เริ่มต้น 18,000 บาท (ห้องรวม) + บริการเสริมเฉพาะที่ใช้จริง | ตั้งแต่ช่วยเหลือตัวเองได้ ถึงผู้ป่วยติดเตียง | ดูตารางราคาเต็ม |
บ้านพักคนชรามีกี่แบบ — รัฐ vs เอกชน ต่างกันอย่างไร
บ้านพักคนชราของรัฐ อยู่ภายใต้กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ตัวอย่างที่คนรู้จักมากที่สุดคือศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค ซึ่งออกแบบมาเพื่อ “สงเคราะห์” ผู้สูงอายุที่ขาดที่พึ่ง จึงเน้นรับผู้ที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ และให้ที่พัก อาหาร และสังคม มากกว่าการพยาบาลใกล้ชิด
ตัวเลขที่ช่วยให้เห็นภาพ: ผู้อำนวยการศูนย์บ้านบางแคให้สัมภาษณ์ Thai PBS เมื่อมีนาคม 2569 ว่าศูนย์รองรับผู้สูงอายุได้ราว 250 คน แต่มีผู้สูงอายุรอเข้าพักมากกว่า 6,000 คน แยกเป็นประเภทสามัญราว 1,000 คน และประเภทพิเศษราว 5,000 คน (ที่มา: The Active, Thai PBS) นั่นหมายความว่าครอบครัวที่ต้องการที่ดูแล “ภายในเดือนนี้” แทบไม่มีโอกาสได้ใช้ทางเลือกของรัฐ ไม่ว่าจะจ่ายได้หรือไม่ก็ตาม
บ้านพักคนชราเอกชน หรือที่เรียกกันว่าเนอร์สซิ่งโฮม ต้องขอใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง จากกระทรวงสาธารณสุข ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2563 ซึ่งกำหนดทั้งมาตรฐานสถานที่ ความปลอดภัย และการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ ศูนย์เอกชนรองรับตั้งแต่ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ ไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียงที่ให้อาหารทางสายยาง ดูดเสมหะ หรือใช้ออกซิเจน ซึ่งเป็นระดับการดูแลที่ศูนย์ของรัฐไม่ได้ออกแบบมารองรับ
พูดง่าย ๆ คือ รัฐกับเอกชนไม่ได้ “ขายของอย่างเดียวกันคนละราคา” แต่เป็นบริการคนละระดับสำหรับคนละกลุ่ม การเทียบราคาจึงต้องเริ่มจากคำถามว่า ผู้สูงอายุของเราต้องการการดูแลระดับไหน ไม่ใช่เริ่มจากตัวเลข
ทำไมราคาบ้านพักคนชราถึงต่างกันหลายเท่า — 5 ปัจจัยที่กำหนดราคา
เมื่อโทรถามศูนย์เอกชน 3–4 แห่ง คุณจะได้ตัวเลขที่ห่างกันเป็นหมื่น ส่วนใหญ่มาจาก 5 ปัจจัยนี้ ลองไล่ดูว่าพ่อแม่ของคุณอยู่ตรงไหน
1. ระดับการช่วยเหลือตัวเอง
ผู้สูงอายุที่เดินได้ กินเอง อาบน้ำเอง ใช้เวลาของผู้ดูแลน้อยกว่าผู้ที่ต้องพลิกตัว ป้อนอาหาร และเปลี่ยนผ้าอ้อมทุกไม่กี่ชั่วโมงหลายเท่า ศูนย์จำนวนมากจึงตั้งราคาเป็นขั้นตามระดับการพึ่งพิง ที่โกลเด้นไลฟ์โฮมใช้อีกวิธี คือคิดค่าห้องราคาเดียวไม่ว่าอาการระดับไหน แล้วคิดเพิ่มเฉพาะบริการทางการพยาบาลที่ใช้จริง เช่น อาหารทางสายยาง หรือออกซิเจน 24 ชั่วโมง
2. โรคประจำตัวและอุปกรณ์ที่ต้องใช้
ผู้ป่วยหลังโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยติดเตียงที่มีแผลกดทับ ผู้ที่ใส่สายให้อาหาร (NG tube) หรือเจาะคอ ต้องการทั้งอุปกรณ์และเวลาของพยาบาลมากกว่า ศูนย์ที่รับเคสเหล่านี้ได้จริงจะมีราคาสูงกว่าศูนย์ที่รับเฉพาะผู้สูงอายุที่แข็งแรง และควรถามให้ชัดว่า “รับเคสแบบนี้ได้ไหม” ก่อนถามราคา
3. มีพยาบาลวิชาชีพประจำ 24 ชั่วโมง หรือมีเฉพาะผู้ช่วย
นี่คือส่วนต่างราคาที่ใหญ่ที่สุดและมองไม่เห็นจากรูปถ่าย พยาบาลวิชาชีพประเมินอาการ ให้ยาตามแผนการรักษาจากโรงพยาบาล และตัดสินใจส่งโรงพยาบาลได้เมื่อมีเหตุฉุกเฉินตอนตี 2 ผู้ช่วยดูแลทำแทนไม่ได้ ศูนย์ที่มีพยาบาลวิชาชีพประจำทุกกะจึงมีต้นทุนสูงกว่าศูนย์ที่มีพยาบาลเฉพาะกะกลางวัน หรือมาตรวจเป็นครั้งคราว

4. กายภาพบำบัด รวมอยู่ในราคาหรือคิดเพิ่มต่อครั้ง
สำหรับผู้สูงอายุหลังผ่าตัดสะโพก หรือหลังโรคหลอดเลือดสมอง กายภาพบำบัดคือสิ่งที่ตัดสินว่าจะกลับมาเดินได้หรือติดเตียงถาวร ศูนย์บางแห่งคิดค่านักกายภาพบำบัดแยกต่อครั้ง ราคารายเดือนจึงดูถูกกว่าแต่ค่าใช้จ่ายรวมอาจแพงกว่า ควรถามว่ามีนักกายภาพบำบัดวิชาชีพประจำหรือไม่ มาบ่อยแค่ไหน และรวมในราคาหรือไม่

5. ประเภทห้องและทำเล
ห้องรวม ห้องคู่ ห้องเดี่ยว ต่างกันหลักพันถึงหลักหมื่น ทำเลในเมืองมีค่าเช่าสูงกว่าชานเมือง แต่ผู้สูงอายุจำนวนมากอยู่ห้องรวมได้ดีกว่าห้องเดี่ยว เพราะมีเพื่อนคุยและมีผู้ดูแลอยู่ในสายตาตลอด ประเภทห้องจึงควรเลือกจากอาการและนิสัยของผู้สูงอายุ ไม่ใช่จากความรู้สึกผิดของลูก

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายจริงตามระดับการดูแล — โครงสร้าง “ฐาน + เฉพาะที่ใช้”
ราคา “เริ่มต้น” ที่เห็นในโฆษณามักเป็นค่าห้องพื้นฐาน ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นกับสิ่งที่ผู้สูงอายุต้องใช้ ตารางนี้ใช้โครงสร้างราคาของโกลเด้นไลฟ์โฮมเป็นตัวอย่าง เพื่อให้เห็นว่าตัวเลขประกอบขึ้นมาอย่างไร ศูนย์อื่นอาจใช้โครงสร้างต่างกัน แต่คำถามที่ควรถามเหมือนกัน
| ระดับการดูแล | ตัวอย่างอาการ | ค่าใช้จ่ายต่อเดือน (ห้องรวม) |
|---|---|---|
| ช่วยเหลือตัวเองได้ / ต้องการคนดูแลใกล้ชิด | เดินได้ กินเอง มีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลยาและวัดสัญญาณชีพ | 18,000 บาท |
| ต้องช่วยเหลือบางส่วน / พักฟื้นหลังผ่าตัด | หลังผ่าตัดสะโพก เข่า หรือหลังโรคหลอดเลือดสมอง ต้องทำกายภาพบำบัดทุกวัน | 18,000 บาท (กายภาพบำบัดรวมแล้ว) |
| ติดเตียง ให้อาหารทางสายยาง | ใส่สาย NG หรือ PEG ต้องเปลี่ยนสายและให้อาหารตามรอบ | 18,000 + 3,000 = 21,000 บาท |
| ต้องใช้ออกซิเจนต่อเนื่อง 24 ชั่วโมง | ใช้เครื่องผลิตออกซิเจนของศูนย์ตลอดเวลา | 18,000 + 4,000 = 22,000 บาท |
| ติดเตียง + สายให้อาหาร + ออกซิเจน | เคสที่ต้องการการพยาบาลมากที่สุด | 18,000 + 3,000 + 4,000 = 25,000 บาท |
สังเกตว่าผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้กับผู้ที่พักฟื้นหลังผ่าตัดจ่ายเท่ากัน เพราะทีมพยาบาลและนักกายภาพบำบัดเป็นชุดเดียวกันที่ดูแลทุกคนอยู่แล้ว ส่วนที่คิดเพิ่มมีเฉพาะสิ่งที่มีต้นทุนเป็นชิ้นจริง ๆ คือ อาหารทางสายยางและออกซิเจน ถ้าอาการดีขึ้นและเลิกใช้ ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นก็หายไป ไม่ต้องย้ายห้องหรือย้ายศูนย์ อ่านเพิ่มเติมได้ที่แพ็กเกจ 18,000 กับ 25,000 บาท ต่างกันตรงไหน

ค่าใช้จ่ายที่มักไม่อยู่ในราคาหน้าเว็บ — ถามให้ครบก่อนเซ็นสัญญา
ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ได้งบบานเพราะค่าห้อง แต่เพราะรายการเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครบอกตั้งแต่แรก ตารางนี้คือสิ่งที่ “รวม” และ “ไม่รวม” ในราคารายเดือนของโกลเด้นไลฟ์โฮม ใช้เป็นแบบฟอร์มถามศูนย์ไหนก็ได้
| รวมในราคารายเดือนแล้ว | คิดแยกตามที่ใช้จริง |
|---|---|
| ห้องพัก เครื่องนอน เครื่องปรับอากาศ โทรทัศน์ ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น ปุ่มเรียกฉุกเฉิน | ยาประจำตัวของผู้ป่วย (สั่งจากโรงพยาบาลหรือคลินิกเดิม) |
| อาหาร 3 มื้อ + ของว่าง ปรับสูตรตามโรคประจำตัวได้ (เบาหวาน ไต ความดัน) และอาหารอ่อน/ปั่นสำหรับผู้ที่กลืนลำบาก | ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ และเวชภัณฑ์เฉพาะทาง เช่น ถุงให้อาหาร กระบอกฉีด ผ้าก๊อซ |
| พยาบาลวิชาชีพและผู้ช่วยพยาบาล 24 ชั่วโมง อัตราส่วนผู้ดูแล 1 ต่อ 3 | นมสูตรเฉพาะโรคยี่ห้อเฉพาะที่ครอบครัวต้องการ (ศูนย์มีอาหารปั่นสูตรมาตรฐานให้ในราคาอาหารทางสายยาง) |
| วัดสัญญาณชีพเช้า-เย็น และรายงานอาการให้ญาติทาง LINE วันละ 2 รอบ | อาหารทางสายยางและเปลี่ยนสาย NG +3,000 บาท/เดือน · ออกซิเจน 24 ชั่วโมง +4,000 บาท/เดือน |
| นักกายภาพบำบัดวิชาชีพประจำ ดูแลทุกวัน | พนักงานพาไปโรงพยาบาลตามนัด 600 บาทต่อวัน คิดเฉพาะวันที่ไป (ค่ารักษาที่โรงพยาบาลจ่ายตามจริง) |
| กิจกรรมประจำวัน และการดูแลความสะอาดร่างกาย | ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ ครอบครัวซื้อเอง (ราคาตลาดประมาณ 8,000–15,000 บาท) หรือเช่าจากศูนย์เดือนละ 1,500 บาท |
คำถาม 5 ข้อที่ควรถามทุกศูนย์ก่อนตัดสินใจ: ราคานี้รวมอาหารกี่มื้อ · ผ้าอ้อมและเวชภัณฑ์คิดอย่างไร · ถ้าต้องพาไปโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายเท่าไร · กายภาพบำบัดรวมหรือคิดต่อครั้ง · ถ้าอาการเปลี่ยน ราคาเปลี่ยนไหม ศูนย์ที่ตอบได้ทันทีและเขียนไว้ชัดบนเว็บ มักเป็นศูนย์ที่คุมงบได้จริง ถ้ากำลังชั่งใจระหว่างจ้างผู้ดูแลมาที่บ้านกับเข้าศูนย์ ลองอ่านค่าใช้จ่ายดูแลผู้ป่วยติดเตียง ที่บ้าน vs เนอร์สซิ่งโฮม และค่าจ้างผู้ดูแลผู้สูงอายุที่บ้าน 2569 ประกอบ
เลือกบ้านพักคนชราอย่างไร — Checklist 10 ข้อ ก่อนตัดสินใจ
ราคาเป็นแค่ข้อเดียวใน 10 ข้อ รายการนี้เรียงตามลำดับที่ควรเช็ค และทุกข้อตรวจได้ในวันที่ไปเยี่ยมชมสถานที่จริง
- ใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุข — ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุที่ถูกกฎหมายต้องมีใบอนุญาตสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ประเภทกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง ขอดูใบจริงและเช็คว่ายังไม่หมดอายุ ศูนย์ที่มีหลายสาขาต้องมีใบอนุญาตแยกกันทุกสาขา
- พยาบาลวิชาชีพประจำทุกกะ ไม่ใช่เฉพาะกลางวัน — ถามตรง ๆ ว่า “ตอนตี 2 ใครอยู่เวร” ผู้ช่วยดูแลที่ผ่านการอบรมทำหน้าที่ประจำวันได้ แต่การประเมินอาการและตัดสินใจส่งโรงพยาบาลต้องเป็นพยาบาลวิชาชีพ
- อัตราส่วนผู้ดูแลต่อผู้สูงอายุ — ถามว่าผู้ดูแล 1 คน รับผิดชอบกี่คน ทั้งกะกลางวันและกลางคืน ยิ่งน้อยยิ่งมีเวลาพลิกตัว ป้อนอาหาร และสังเกตอาการ ที่โกลเด้นไลฟ์โฮมใช้อัตราส่วน 1 ต่อ 3
- รับเคสระดับอาการของพ่อแม่ได้จริง ทั้งวันนี้และวันหน้า — เลือกศูนย์ที่ดูแลได้ตั้งแต่ช่วยเหลือตัวเองได้จนถึงติดเตียง เพราะอาการผู้สูงอายุเปลี่ยนได้ในเวลาไม่กี่เดือน การต้องย้ายศูนย์ตอนอาการทรุดคือสิ่งที่ครอบครัวเสียใจมากที่สุด
- แผนการดูแลรายบุคคล และการทบทวนแผนสม่ำเสมอ — ควรมีการประเมินสุขภาพแรกเข้าโดยพยาบาลและนักกายภาพบำบัด แล้วนัดครอบครัวทบทวนแผนเป็นประจำ ไม่ใช่ใช้ตารางเดียวกับทุกคน
- อาหารปรับตามโรคและตามการกลืน — ผู้สูงอายุที่เป็นเบาหวาน ไต หรือความดัน ต้องการสูตรอาหารต่างกัน และผู้ที่กลืนลำบากต้องการอาหารอ่อนหรือปั่น ถามว่าครัวทำได้ไหมและคิดเพิ่มหรือไม่
- นักกายภาพบำบัดวิชาชีพประจำ — ดูว่ามีจริง มาทุกวันหรือเป็นครั้งคราว และรวมในราคาหรือไม่ (ดูปัจจัยข้อ 4 ด้านบน)
- ความสะอาด กลิ่น และความปลอดภัยของสถานที่ — เดินดูห้องน้ำ ทางเดิน ราวจับ พื้นกันลื่น และสังเกตสีหน้าของผู้สูงอายุที่พักอยู่ ถ้าที่ไหนไม่ให้เดินดูทุกห้อง ให้ตั้งคำถาม
- ทำเลที่ครอบครัวไปเยี่ยมได้จริง และนโยบายเยี่ยม — ศูนย์ที่ดีที่ไปเยี่ยมไม่ไหวจะกลายเป็นศูนย์ที่ไม่มีใครไป ถามเวลาเยี่ยม ถามว่าพาหลานเข้าไปได้ไหม และถามว่ารายงานอาการให้ครอบครัวอย่างไร บ่อยแค่ไหน
- ราคาโปร่งใส — ขอรายการรวม/ไม่รวมเป็นลายลักษณ์อักษร — ใช้ตารางในหัวข้อก่อนหน้าเป็นแบบฟอร์ม ศูนย์ที่ตอบแยกรายการได้ทันทีคือศูนย์ที่ไม่มีอะไรจะแปลกใจทีหลัง
ยังไม่แน่ใจ? ทดลองพักก่อนได้ ตั้งแต่ 1 วัน
ผู้สูงอายุจำนวนมากไม่ยอมไป “บ้านพักคนชรา” เพราะกลัวถูกทิ้ง วิธีที่ได้ผลที่สุดคือให้ลองพักระยะสั้นก่อน โกลเด้นไลฟ์โฮมเปิดรับพักฟื้นระยะสั้น (Respite Care)ทั้ง 2 สาขา วันละ 1,200 บาท รับตั้งแต่ 1 วัน รวมอาหารและกายภาพบำบัด ใช้ห้องพักและทีมดูแลชุดเดียวกับผู้พักประจำ และถ้าตัดสินใจอยู่ต่อแบบรายเดือน ยอดที่จ่ายรายวันไปแล้วหักเข้าค่าบริการรายเดือนได้ ครอบครัวจึงได้เห็นของจริงก่อนผูกพันระยะยาว อ่านวิธีคุยกับพ่อแม่ได้ที่ผู้สูงอายุปฏิเสธไปอยู่บ้านพัก — 7 วิธีคุยให้ยอมรับ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องราคาบ้านพักคนชรา
บ้านพักคนชราของรัฐฟรีจริงไหม?
ประเภทสามัญไม่มีค่าใช้จ่าย แต่รับเฉพาะผู้สูงอายุที่ผ่านเกณฑ์สงเคราะห์ เช่น ฐานะยากจน ไม่มีผู้ดูแล และยังช่วยเหลือตัวเองได้ ส่วนประเภทพิเศษแบบหอพักมีค่าบำรุงประมาณเดือนละ 1,500–2,000 บาท ทั้งสองแบบมีผู้รอเข้าพักรวมกันมากกว่า 6,000 คน (ข้อมูลผู้อำนวยการศูนย์บ้านบางแค มีนาคม 2569)
ผู้ป่วยติดเตียงเข้าบ้านพักคนชราของรัฐได้ไหม?
โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะศูนย์ของรัฐรับผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ ผู้ป่วยติดเตียง ให้อาหารทางสายยาง หรือต้องการพยาบาล 24 ชั่วโมง ต้องใช้บริการเนอร์สซิ่งโฮมเอกชนที่มีพยาบาลวิชาชีพประจำ
บ้านพักคนชราเอกชนเริ่มต้นเดือนละเท่าไร?
ศูนย์เอกชนในกรุงเทพ-ปริมณฑลที่ประกาศราคาบนเว็บส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 16,000–40,000 บาทต่อเดือน ขึ้นกับระดับการดูแล ที่โกลเด้นไลฟ์โฮมเริ่มต้น 18,000 บาท (ห้องรวม) และคิดเพิ่มเฉพาะอาหารทางสายยางหรือออกซิเจนเมื่อใช้จริง
ราคา 18,000 บาท รวมอะไรบ้าง?
รวมห้องพักพร้อมเครื่องปรับอากาศและปุ่มเรียกฉุกเฉิน อาหาร 3 มื้อกับของว่างที่ปรับสูตรตามโรคได้ พยาบาลวิชาชีพและผู้ช่วยพยาบาล 24 ชั่วโมง วัดสัญญาณชีพเช้า-เย็นพร้อมรายงานญาติทาง LINE นักกายภาพบำบัดวิชาชีพประจำทุกวัน และกิจกรรมประจำวัน ไม่รวมยาประจำตัว ผ้าอ้อม เวชภัณฑ์เฉพาะทาง และค่าพาไปโรงพยาบาล
ถ้าอาการของพ่อแม่เปลี่ยน ต้องย้ายที่หรือราคาเปลี่ยนไหม?
ไม่ต้องย้าย เพราะทีมพยาบาลชุดเดียวกันดูแลได้ตั้งแต่ช่วยเหลือตัวเองได้จนถึงติดเตียง ค่าห้องคงเดิม ส่วนที่เปลี่ยนมีเฉพาะบริการเสริมที่ใช้จริง เช่น เริ่มให้อาหารทางสายยางจะเพิ่ม 3,000 บาทต่อเดือน และเมื่อเลิกใช้ ค่าใช้จ่ายส่วนนั้นก็หายไป
ลูกอยู่ต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ จะรู้อาการพ่อแม่ได้อย่างไร?
พยาบาลส่งสัญญาณชีพและรายงานอาการทาง LINE ให้ครอบครัววันละ 2 รอบ เช้า-เย็น พร้อมภาพอาหารและกิจกรรม โทรปรึกษาพยาบาลเวรได้ 24 ชั่วโมง และเมื่อกลับมาเยี่ยมได้ทุกวันเวลา 08:00–19:00 น. พาหลานเข้าเยี่ยมได้
ทดลองพักก่อนตัดสินใจอยู่ยาวได้ไหม?
ได้ พักฟื้นระยะสั้นวันละ 1,200 บาท รับตั้งแต่ 1 วัน ทั้งสาขาแจ้งวัฒนะและปิ่นเกล้า รวมอาหารและกายภาพบำบัด และถ้าเปลี่ยนเป็นรายเดือน ยอดที่จ่ายรายวันไปแล้วหักเข้าค่าบริการรายเดือนได้
ทำไมครอบครัวเลือกโกลเด้นไลฟ์โฮม
โกลเด้นไลฟ์โฮมดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยมาแล้วกว่า 500 ครอบครัว ตั้งแต่ปี 2549 (20 ปี) มี 2 สาขาที่แจ้งวัฒนะ นนทบุรี และปิ่นเกล้า กรุงเทพฯ แต่ละสาขามีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพจากกระทรวงสาธารณสุขของตนเอง (แจ้งวัฒนะ เลขที่ สส 120430027-64 · ปิ่นเกล้า เลขที่ สส 100430001-65) มีพยาบาลวิชาชีพประจำ 24 ชั่วโมง อัตราส่วนผู้ดูแล 1 ต่อ 3 นักกายภาพบำบัดวิชาชีพประจำทุกวัน รับดูแลตั้งแต่ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ไปจนถึงผู้ป่วยติดเตียง โดยแจ้งราคาทุกรายการไว้บนเว็บไซต์ และครอบครัวเยี่ยมได้ทุกวัน

ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ — ทีมพยาบาลประเมินอาการและแนะนำแนวทางดูแลที่เหมาะกับผู้สูงอายุของคุณ นัดเยี่ยมชมสถานที่ได้ทุกวัน โทร 086-364-8372 หรือ ทักไลน์
แหล่งอ้างอิง
- The Active, Thai PBS — รอคิวพัก ‘บ้านบางแค’ ทะลุ 6,000 คน (10 มีนาคม 2569) ตัวเลขผู้รอเข้าพัก ความจุ และค่าบำรุงประเภทพิเศษ จากผู้อำนวยการศูนย์
- ศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค กรมกิจการผู้สูงอายุ ประเภทบริการและการสมัครเข้ารับการสงเคราะห์
- กฎกระทรวงว่าด้วยกิจการการดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง พ.ศ. 2563 ข้อกำหนดใบอนุญาต มาตรฐานสถานที่ และการขึ้นทะเบียนผู้ให้บริการ
- อัตราค่าบริการโกลเด้นไลฟ์โฮม ราคา ณ กันยายน 2569
