ดูแลผู้ป่วยติดเตียง กรุงเทพ
เนอร์สซิ่งโฮมสำหรับผู้ป่วยติดเตียงทุกประเภท | พยาบาลวิชาชีพ 24 ชม. | ป้องกันแผลกดทับ NG tube Suction
ทำไมการดูแลผู้ป่วยติดเตียงต้องมีทีมวิชาชีพ?
การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านโดยสมาชิกครอบครัวมักเกิดปัญหาแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ, ปอดติดเชื้อจากการสำลัก, ทางเดินปัสสาวะอักเสบจากสายสวน, น้ำหนักลดจากการให้อาหารไม่ถูกวิธี โกลเด้นไลฟ์โฮมมีพยาบาลวิชาชีพดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ

บริการดูแลผู้ป่วยติดเตียงครบวงจร
1. ป้องกันและดูแลแผลกดทับ (Pressure Ulcer)
พลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง ใช้ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ ตรวจสอบผิวหนังบริเวณปุ่มกระดูกอย่างสม่ำเสมอ หากมีแผลแล้ว ทำแผลด้วยเทคนิคปลอดเชื้อ ประเมินระดับแผลและเลือกวัสดุปิดแผลที่เหมาะสม
2. ให้อาหารทางสายยาง (NG Tube Feeding)
พยาบาลวิชาชีพให้อาหารทางสายยางตามแพทย์สั่ง คำนวณแคลอรี่และโปรตีนที่ผู้ป่วยต้องการ ป้องกันการสำลัก ตรวจตำแหน่งสายยางก่อนให้อาหารทุกครั้ง
3. ดูดเสมหะและดูแลทางเดินหายใจ (Suction)
ดูดเสมหะตามความจำเป็น เคาะปอด พลิกตัวระบายเสมหะ ลดความเสี่ยงการเกิดปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration Pneumonia) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นของผู้ป่วยติดเตียง
4. ดูแลสายสวนปัสสาวะและระบบขับถ่าย
ดูแลสายสวนปัสสาวะ (Foley Catheter) ตามหลักปลอดเชื้อ เปลี่ยนตามเวลา ป้องกันการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ดูแลสุขอนามัยบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ และจัดการการขับถ่ายอย่างถูกสุขลักษณะ
5. การตรวจวัดสัญญาณชีพสม่ำเสมอ
วัดความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ ออกซิเจนในเลือด (SpO2) และอุณหภูมิทุก 4-8 ชั่วโมง บันทึกเป็นประวัติรายวัน รายงานแพทย์เมื่อค่าผิดปกติ
6. กายภาพบำบัดเตียง (Bedside Physiotherapy)
นักกายภาพบำบัดมาทำ Range of Motion exercise ป้องกันข้อติด กล้ามเนื้อลีบ ช่วยเรื่องการไหลเวียนโลหิต ลดอาการบวมของผู้ป่วยที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เอง

เรารับดูแลผู้ป่วยประเภทใดบ้าง
- ✅ ผู้ป่วย Stroke/หลอดเลือดสมอง ระยะติดเตียง
- ✅ ผู้ป่วยหลังผ่าตัดใหญ่ที่ยังเคลื่อนไหวไม่ได้
- ✅ ผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้ายที่ต้องการการดูแลประคับประคอง (Palliative Care)
- ✅ ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะปลาย
- ✅ ผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจผ่าน Tracheostomy
- ✅ ผู้ป่วยที่มีสาย NG Tube/PEG, สายสวน, สายน้ำเกลือ

อัตราค่าบริการผู้ป่วยติดเตียง
* ประเมินอาการและค่าบริการที่แท้จริงได้ที่ 086-364-8372
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ป่วยติดเตียงมี NG tube และสายสวนปัสสาวะรับได้ไหม?
รับครับ นี่คือบริการหลักของเรา พยาบาลวิชาชีพดูแลสายต่างๆ ตามหลักการพยาบาลปลอดเชื้อ
มีแผลกดทับระดับ 3 แล้วรับไหม?
รับครับ เรามีพยาบาลที่เชี่ยวชาญเรื่องแผลเรื้อรัง ใช้วัสดุปิดแผลระดับ Hydrocolloid และ Alginate ร่วมกับการพลิกตัวสม่ำเสมอ ส่วนใหญ่สามารถดูแลให้แผลหายได้ภายใน 4-8 สัปดาห์
สามารถเข้าพักระยะสั้นระหว่างครอบครัวไม่ว่างดูแลได้ไหม?
ได้ครับ Respite Care ระยะสั้นตั้งแต่ 1 สัปดาห์ขึ้นไป เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการพักผ่อน หรือเมื่อผู้ดูแลหลักเจ็บป่วย
ต้องเตรียมอะไรก่อนนำผู้ป่วยมา?
เตรียมประวัติการรักษาจากโรงพยาบาล ยาที่ใช้ประจำ เครื่องมือแพทย์ส่วนตัว (ถ้ามี) โทรมานัดประเมินอาการที่ 086-364-8372 เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้เตรียมห้องและอุปกรณ์ที่เหมาะสม
สาขาของเรา
สาขาแจ้งวัฒนะ
ใกล้เซนทรัลแจ้งวัฒนะ, โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล, ชลประทาน
เปิดบริการ: ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
สาขาปิ่นเกล้า
ใกล้โรงพยาบาลศิริราช เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่ต้องนัดติดตามผล
เปิดบริการ: ทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
ทีมพยาบาลพร้อมประเมินอาการและแนะนำแผนการดูแลที่เหมาะสม
📞 086-364-8372
เปิดทุกวัน | นัดเยี่ยมชมสถานที่ได้ฟรี

เมื่อไหร่ควรส่งผู้ป่วยติดเตียงเข้าเนอร์สซิ่งโฮม vs ดูแลที่บ้าน?
นี่คือคำถามที่ครอบครัวลังเลมากที่สุด เพราะการตัดสินใจไม่มีคำตอบเดียว ขึ้นกับ 3 ปัจจัยหลัก: ความซับซ้อนทางการแพทย์ของผู้ป่วย, ความสามารถของผู้ดูแลหลักที่บ้าน, และทรัพยากรที่ครอบครัวมี
5 สัญญาณที่บอกว่าควรพิจารณาเข้าเนอร์สซิ่งโฮม
- ปอดอักเสบจากการสำลักซ้ำ ≥ 2 ครั้งใน 6 เดือน — Aspiration pneumonia กลับเป็นซ้ำ = ทักษะ feeding/positioning ที่บ้านยังไม่พอ ต้องการพยาบาลวิชาชีพดูแล position 30-45° ระหว่างให้อาหาร + ดูดเสมหะตามจังหวะ
- แผลกดทับลุกลามถึง Stage 2 ขึ้นไป — แผลตื้นแดงๆ (Stage 1) ดูแลที่บ้านได้ แต่ถ้ามี blister/ulcer ลึก = ต้องการ wound care ทุก 8-12 ชม. + วัสดุปิดแผลเฉพาะทาง
- น้ำหนักลดเกิน 5% ใน 3 เดือน — มาตรฐาน MUST score (Malnutrition Universal Screening Tool) บ่งชี้ malnutrition risk สูง = ต้องการปรับสูตรอาหารเฉพาะทาง
- ผู้ดูแลหลักเริ่มมี caregiver burnout — นอนน้อยกว่า 6 ชม./คืน ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ + รู้สึกหงุดหงิด/depressed = พักไม่ได้ = อาจ neglect แม้โดยไม่ตั้งใจ
- เคย admit รพ. ฉุกเฉินซ้ำ ≥ 2 ครั้งใน 3 เดือน — ส่วนใหญ่จาก UTI, sepsis, ภาวะขาดน้ำ = ต้องการ vital signs monitoring สม่ำเสมอที่บ้านทำไม่ได้
เคสที่ดูแลที่บ้านยังเหมาะสม
- ผู้ป่วยอาการคงที่ ไม่มีแผล ไม่มีสาย invasive (NG/Foley/Trach)
- ครอบครัวมีผู้ดูแลหลัก ≥ 2 คน สลับ shift ได้
- มีงบจ้างผู้ช่วยพยาบาลเสริม 8 ชม./วัน
- บ้านมีพื้นที่เตียง + ห้องน้ำที่เข้าถึงได้ + อุปกรณ์ (ที่นอนลม, suction, oximeter)
ถ้าอย่างน้อย 1 ใน 5 สัญญาณข้างต้นเริ่มปรากฏ เราแนะนำให้นัดประเมินที่ 086-364-8372 (ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย) — บางเคสอาจเหมาะกับ Respite Care 1-2 สัปดาห์ ก่อน เพื่อให้ผู้ดูแลพักและประเมินว่าควรย้ายระยะยาวหรือไม่
ป้องกันแผลกดทับที่บ้าน — ก่อนจะสายเกินแก้
แผลกดทับ (Pressure Ulcer / Bed Sore) เริ่ม form ภายใน 2-4 ชม. เมื่อผู้ป่วยอยู่ท่าเดิมโดยไม่พลิก ถ้าครอบครัวจับสัญญาณ Stage 1 ได้ทัน สามารถ reverse ได้โดยไม่ต้องรักษา ดังนั้น การป้องกันคือทั้งหมด
4 Stages ของแผลกดทับ (NPIAP 2016 staging)
- Stage 1: ผิวแดง กดแล้วไม่จาง (non-blanching erythema) — ผิวยังครบรูป
- Stage 2: ผิวลอกเป็น blister หรือแผลตื้น ลึกเข้าชั้น dermis
- Stage 3: แผลลึกถึงชั้นไขมัน เห็นเนื้อเยื่อใต้ผิว
- Stage 4: ลึกถึงกล้ามเนื้อ/เส้นเอ็น/กระดูก = ภาวะอันตราย เสี่ยง sepsis
5 protocol ป้องกันที่ทำได้ที่บ้าน
- พลิกตัวทุก 2 ชม. (Q2H turning) — ตั้งนาฬิกา/alarm บนมือถือ สลับ Right→Supine→Left→Supine บันทึกในตารางติดข้างเตียง ห้ามข้าม turn เพราะคิดว่า “เมื่อกี้พลิก”
- ใช้ที่นอนลม alternating-pressure (8,000-15,000 บาท) — ต่างจากที่นอนน้ำหรือ foam ตรงที่กระเปาะลมสลับเติม-คาย ช่วยกระจาย pressure ลด risk 60-70%
- ตรวจปุ่มกระดูกทุกครั้งที่พลิก — ส้นเท้า, ก้นกบ (sacrum), สะโพก (greater trochanter), ตาตุ่ม เป็นจุดเสี่ยงสูงสุด ถ้าพบสีแดง = Stage 1 → ลด pressure จุดนั้นทันที (ใช้ pillow รอง)
- โภชนาการ protein 1.2-1.5 g/kg/วัน (ESPEN guideline 2019) — ผู้ป่วย 50 kg ต้องการ protein 60-75g/วัน เทียบเท่าไข่ 9-11 ฟอง หรือเนื้อ 200-300g โปรตีนพอ = แผลหายเร็วขึ้น 2 เท่า
- ดูแลความสะอาด + skin moisturizer — ผิวแห้งเปราะแตกง่าย เช็ดตัวด้วยผ้าชุ่มอุ่น (ห้ามผ้าฝ้ายขรุขระ) + ทาโลชั่น pH 5.5 ทุกครั้ง ไม่ใช้สบู่แรง
ที่โกลเด้นไลฟ์โฮม เราใช้ ที่นอนลม alternating-pressure ทุกเตียง + พลิกตัวบันทึกทุก 2 ชม. + วัสดุปิดแผลระดับ Hydrocolloid และ Alginate สำหรับเคสที่มีแผลแล้ว — เคส Stage 3 ส่วนใหญ่หายภายใน 4-8 สัปดาห์ (ที่นอนลมและวัสดุสิ้นเปลืองแผลกดทับมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ครอบครัวจัดเตรียมหรือเช่าจากศูนย์ได้)
ถ้าเริ่มเห็นจุดแดงที่ส้นเท้าหรือก้นกบของผู้ป่วยที่บ้าน อย่ารอ — โทร 086-364-8372 ปรึกษาพยาบาลวิชาชีพฟรี เราช่วยประเมินผ่านรูปได้
NG Tube ที่บ้าน — practical guide สำหรับครอบครัว
เมื่อผู้ป่วยกลับจากโรงพยาบาลพร้อมสาย Nasogastric Tube (NG Tube) ครอบครัวมักรู้สึกหวาดกลัว เพราะถ้าทำผิดวิธี เสี่ยงปอดอักเสบจากการสำลัก (Aspiration pneumonia) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นในผู้ป่วยติดเตียง คู่มือนี้สรุป protocol ที่พยาบาลของเราใช้จริง
ขั้นตอนก่อนป้อนอาหารทุกครั้ง
- ตรวจตำแหน่งสาย ด้วยการฟัง air bubble ที่ epigastrium ขณะ inject อากาศ 10ml
- ยกศีรษะเตียง 30-45 องศา ก่อนป้อนอาหารและคงไว้ 30 นาทีหลังป้อนเสร็จ เพื่อให้อาหารผ่าน pyloric ลงสู่ลำไส้ (ลด reflux risk)
- Flush น้ำอุ่น 30 ml ก่อนป้อน + หลังป้อน เพื่อกันสายตัน
Schedule ป้อนอาหาร 2 รูปแบบ
- Bolus feeding — แบ่งเป็น 5-6 มื้อ ห่างกัน 4 ชม. มื้อละ 200-300 ml ใช้กระบอกฉีดยา push ช้าๆ 15-20 นาที (เลียนแบบมื้ออาหารปกติ)
- Continuous feeding — ใช้ pump feed ต่อเนื่อง 50-100 ml/ชม. เหมาะกับผู้ป่วยที่มี high gastric residual หรือ poor gastric motility
5 สัญญาณเตือน — ต้องโทรพยาบาล/ไปรพ.ทันที
- ไอ สำลัก หรือ SpO2 ต่ำกว่า 92% ขณะหรือหลังป้อน — สงสัยสำลัก
- ไข้ > 38.0°C + เสมหะเหลือง/เขียว — สงสัย aspiration pneumonia
- ท้องอืดมาก + อาเจียน + ไม่ผายลม > 12 ชม. — สงสัย ileus
- สายเลื่อนออกมามากกว่าตำแหน่ง marker เดิม > 5 cm
- Gastric residual > 250 ml ก่อนป้อนมื้อใหม่ติดกัน 2 มื้อ — feed ค้าง
ถ้าครอบครัวจัดการเองไม่ไหว เราดูแลผู้ป่วย NG tube เป็น บริการหลัก ของศูนย์ — แพ็ก 21,000 บาท/เดือน (รวม ห้องพัก อาหาร พยาบาล 24 ชม. กายภาพเตียง การดูแลสายและเปลี่ยนสายตามรอบ — ไม่รวม formula brand-specific และ supplies เฉพาะทาง)
📚 เรื่องเกี่ยวข้องที่ควรอ่าน: เทคนิคให้อาหารทาง NG tube ที่บ้าน | อาหารปั่นสำหรับผู้ป่วย NG tube — สูตรและสัดส่วน
ค่าใช้จ่ายจริงต่อเดือน — รวม/ไม่รวมอะไรบ้าง
เนอร์สซิ่งโฮมหลายแห่งโชว์เฉพาะ “ราคาเริ่มต้น” แต่ไม่ระบุชัดว่ารวมอะไร พอบิลออก ครอบครัวเจอค่า extra เพิ่มอีก 5,000-10,000 บาท/เดือน เราเลือก disclosure แบบเปิดเผยตั้งแต่แรก
✅ รวมในแพ็ก 18,000 / 21,000 / 25,000 บาท/เดือน
- ห้องพัก + เครื่องนอน + เครื่องปรับอากาศ
- อาหาร 3 มื้อ + ของว่าง
- พยาบาลวิชาชีพ + ผู้ช่วยพยาบาลดูแล 24 ชม. ratio 1 ผู้ดูแล : 3 ผู้ป่วย (มาตรฐานหลายแห่ง 1:8-1:10)
- วัด vital signs เช้า-เย็น + บันทึกประวัติรายวัน
- กายภาพบำบัดเตียง (Range of Motion exercise) ทุกวัน
- ทำแผลพื้นฐาน + เปลี่ยนเสื้อผ้า + อาบน้ำ + ดูแลขับถ่าย
❌ ไม่รวม (charge แยกตามใช้จริง)
- ที่นอนลม alternating-pressure (8,000-15,000 บาท — ครอบครัวจัดเตรียมหรือเช่าจากศูนย์ได้)
- วัสดุปิดแผลเฉพาะทาง — Hydrocolloid, Alginate, foam dressing สำหรับเคสที่มีแผลแล้ว
- ยาประจำตัวของผู้ป่วย — สั่งจาก รพ./คลินิกของผู้ป่วยเอง
- Diapers + supplies — feeding bag, syringe, gauze, อุปกรณ์ใช้แล้วทิ้งบางชนิด
- NG formula brand-specific — ถ้าต้องการ Ensure/Glucerna/Nepro brand เฉพาะ ครอบครัวจัดเตรียม (เราเสริม blended diet มาตรฐานในแพ็ก)
- O2 cylinder + supplies — สำหรับเคส Tracheostomy หรือ continuous O2
- Lab + รพ. visits — เจาะเลือด/ภาพถ่าย/นัด follow-up รพ.เดิม (เรามีพนักงานพาไปได้ ค่าบริการแยก)
ก่อน admit เราประเมิน + แจ้งประมาณการ extras ต่อเดือน เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้ครอบครัววางแผนงบได้ถูกต้อง — ติดต่อนัดประเมินฟรี 086-364-8372
การเยี่ยม + อัปเดตจากศูนย์ — ครอบครัวเข้าถึงได้ตลอด
หลายครอบครัวกังวลว่าพ่อแม่จะถูก “ทอดทิ้ง” ในศูนย์ เราออกแบบ communication channel ให้ครอบครัว มีส่วนร่วมต่อเนื่อง:
- เยี่ยมได้ทุกวัน ไม่จำกัดวัน/ชั่วโมง — ครอบครัวสามารถพาเด็กเล็ก/หลานเข้าเยี่ยมได้ (ไม่มีนโยบายห้ามเด็ก)
- LINE update เช้า-เย็น (2 รอบ/วัน) — พยาบาลส่งสัญญาณชีพ + สรุปอาการ + ภาพ/เมนูอาหาร/กิจกรรมในวันนั้น เข้า LINE group ของแต่ละครอบครัว พร้อมบันทึกในสมุดประจำตัวผู้ป่วย
- Care plan meeting รายเดือน — นัดออนไลน์/on-site กับพยาบาลและนักกายภาพ ทบทวนแผนการดูแล + ปรับเป้าหมาย + ตอบคำถามครอบครัว
- โทรปรึกษาพยาบาลได้ 24 ชม. — สายตรงพยาบาลเวร ไม่ผ่าน operator
เราเชื่อว่า nursing home ที่ดี = ครอบครัวยังเป็นส่วนหนึ่งของการดูแล ไม่ใช่ “ฝากทิ้ง”
เมื่อไหร่ควรย้ายจากดูแลที่บ้านมาที่ศูนย์? — 5 สัญญาณ
การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านเป็นทางเลือกที่ดีในระยะแรก แต่เมื่อถึงจุดที่ครอบครัวจัดการไม่ไหว การเลือกย้ายมาที่ศูนย์ที่มีพยาบาลวิชาชีพ 24 ชม. และอุปกรณ์ครบ คือทางออกที่ปลอดภัยกว่า สังเกต 5 สัญญาณนี้:
- แผลกดทับลุกลาม — เปลี่ยนสายและพลิกตัวทุก 2 ชม. ครอบครัวทำไม่ทัน แผลใหม่เกิดซ้ำหรือ Stage 1 ลามไปเป็น Stage 2-3
- NG Tube หรือ Tracheostomy — ต้อง suction หรือ feed ตามตารางคุมเข้ม ลูกหลานทำงานไม่สามารถอยู่ดูแลตลอด
- เหตุฉุกเฉินถี่ขึ้น — โทรเรียก 1669 มาช้าหรือไม่มี ความเสี่ยงต่อชีวิตหากรอ 30+ นาที
- Caregiver Burnout — ผู้ดูแลในครอบครัวสุขภาพทรุด นอนไม่พอ หรือมีอาการซึมเศร้า (Alzheimer’s Association 2-3x risk)
- ค่าใช้จ่ายรวมที่บ้าน > ศูนย์ — รวมพยาบาลพิเศษ + อุปกรณ์ + อาหาร + ค่าฉุกเฉิน เกินงบประมาณรายเดือนของศูนย์ (เริ่ม 18,000 บาท)
เสียงจากครอบครัวที่ไว้วางใจเรา
ความประทับใจจริงจากครอบครัวที่ใช้บริการ (ดึงจาก Google Maps)
ขอบคุณทางศูนย์มากจริงๆ นะคะที่ดูแลคุณพ่อ/คุณแม่ดีขนาดนี้ ตอนแรกที่บ้านกังวลมาก แต่พอเห็นท่านยิ้มได้ มีความสุข สุขภาพดูดีขึ้น ลูกหลานก็พลอยสบายใจไปด้วย พี่ๆ ทุกคนดูแลใส่ใจเหมือนเป็นญาติแท้ๆ
เอาพ่อมาฝากแล้ว ก่อนมาอยู่พ่อเดินไม่ได้ กำแบมือไม่ได้ ทุกวันนี้พ่ออาการดีขึ้น สามารถทานข้าวได้เอง ทางศูนย์ทำกายภาพให้ทุกวัน พ่อมีความสุข สบายใจค่ะ
ดูแลคุณพ่อ กลับมาแข็งแรง อาการดีขึ้นมาก จากการดูแลพักฟื้น มีระบบการดูแลผู้ป่วยและผู้สูงอายุได้มาตรฐาน มีประสบการณ์ พร้อมกับกายภาพและอาหารที่ดีควบคู่กัน อัธยาศัยให้ความเป็นกันเอง
หากจะไว้ใจให้ใครดูแลคนที่คุณรัก แนะนำที่นี่เลยครับ สะอาด ใส่ใจ บริการดีเยี่ยม มีอะไร Update ตลอด ไม่ผิดหวังที่วางใจครับ ⭐️⭐️⭐️⭐️⭐️
มีพยาบาลดูแล 24 ชม. น้องๆ พนักงานแต่งกายเรียบร้อย สถานที่สะอาด สะดวกเข้ามาง่ายดีค่ะ น้องๆ น่ารักทุกคนค่ะ
เจ้าหน้าที่ดูแลดีมากเลยคะ ใส่ใจคนไข้ ดูแลแบบครอบครัว สถานที่สะอาดมากคะ
พนักงานเป็นกันเอง สถานที่สะอาด มีการทำกายภาพให้ เน้นสุขภาพที่ดีขึ้น
ดูแลดี มีกิจกรรม ใส่ใจ สถานที่กว้างขวาง
พนักงานเป็นกันเอง คุณตาคุณยายน่ารัก อยู่ด้วยแล้วเหมือนอยู่กับครอบครัว
